|
Munehisa Homma – An Honorary Samurai (1724-1803)
ถูกขนานนามให้เป็น เจ้าพ่อแห่งแท่งเทียนญี่ปุ่น เค้าเกิดในครอบครัวที่ค่อนข้างร่ำรวย เมื่ออายุประมาณ 25 ปี ครอบครัวของเค้ามอบหมายให้เค้าดูแลสินทรัพย์ของครอบครัว ซึ่งที่จริงเค้าเป็นน้องคนสุดท้อง นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เค้าเริ่มการเทรด ข้าวฟิวเจอร์ อย่างเต็มที่
ฮอมม่าเป็นผู้ที่เชื่อว่าจิตวิทยาของผู้ลงทุนมีผลต่อราคาข้าวเป็นอย่างยิ่ง เค้ามองตลาดในมุมมองของ ยิน (ขาขึ้น) กับ หยาง (ขาลง) เค้าเชื่อว่าเมื่อตลาด เข้าสู่ภาวะ ยิน หรือ หยาง อย่างเต็มที่จะก่อให้เกิดโอกาสที่เข้าทำการเทรดในทิศทางตรงข้าม นอกจากนี้เค้ามีความเชียวชาญมากในเรื่อง การดู volume และฤดูต่างๆที่มีผลต่อราคาข้าวซึ่งเค้าทำการเก็บสถิติกว่าหลายปี ในเวลาต่อมาเค้ากลายผู้ที่ประสบณ์ความสำเร็จมาก เทียบเท่าเงินปัจจุบัน คือ 100 พันล้าน USD หรือพอๆกับวอร์เรน นั้นเอง
หนังสือจิตวิทยาการลงทุนของเค้า (Sakta Senho – Soba Sani No Den) ถูกเอามาดัดแปลงเป็น Japanese Candlestick ในเวลาต่อมา ทั้งนี้บ้างก็เชื่อว่าเทคนิคของฮอมม่าถูกนำมาใช้ในการสร้าง Dow Theory ด้วย ฮอมม่าถูกเชิญมาเป็นที่ปรึกษาสถาบัญการเงินของรัฐบาลญี่ปุ่น และได้รับตำแหน่ง ซามูไร ซึ่งทรงเกียรติในเวลาต่อมา
รูปแบบ ของ ชาร์ต (Chart Formation)

ชาร์ต OHLC Chart หรือ Open High Low Close ที่เป็น Basic ของการดู Stock Chart จะมีข้อมูลที่สำคัญคือ ราคาเปิด ราคาปิด ราคาสูงสุด ราคาต่ำสุด ของ ช่วงเวลาที่เราดูอยู่ อย่างเช่นในรูปจะเป็น ของ วันนั้น ในความเป็นจริงท่านจะดูเป็นราย นาที รายอาทิตย์ รายเดือนก็ได้
Advanced Candle Stick Formation

- ถ้าราคาเปิดอยู่ต่ำกว่าราคาปิด ในวันนั้นๆจะเป็น แท่งแบบ โปร่ง
- ถ้าราคาเปิดอยู่สูงกว่าราคาปิด ในวันนั้นๆจะเป็น แท่งแบบ ทึบ
- การเข้าเพิ่มก็รอให้มีการสวนทางของราคาก็ดี ในรูป MOB เป็นแนวรับที่ดี
- ถ้าราคาปิด เมื่อวาน อยู่ต่ำ กว่าราคาปิด ในวันนี้จะเป็น แท่งแบบ 1 สีขาขึ้น (ดำ หรือ เขียว)
- ถ้าราคาปิด เมื่อวาน อยู่สูง กว่าราคาปิด ในวันนี้จะเป็น แท่งแบบ 2 สีขาลง (แดง)
- ถ้าราคาปิด เมื่อวาน อยู่เท่า กับราคาปิด ในวันนี้จะเป็น แท่งแบบ 2 สีอื่น (เหลือง)
- ไส้เทียน (wick – shadow) สามารถตั้ง สีได้ ให้ต่างออกไป
ในความเป็นจริงไม่ว่าท่านจะถนัดการดู Chart แบบ OHLC หรือ Candle ก็ดี ที่จริงจิตวิทยาก็ยังเหมือนเดิม เพียงแต่ ท่านจะต้องฝึกดูให้เป็นว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้วทำไมตำแหน่งราคาเปิดและราคาปิดมีความเกียวกับจิตวิทยาของนักลงทุน
- ดู Volume ประกอบเสมอ
- ดูแนวรับ แนวต้านของภาพรวมด้วย chart
- ดูเทรนด์ หลักประกอบด้วย
- ดูหุ้นในกลุ่มด้วยว่าเกิดเหตุการณ์คล้ายๆกันหรือไม่
|